การเลือกซื้อ Printer Laser จะเลือกอย่างไรดี

 

        การเลือกซื้อ Printer Laser จะเลือกอย่างไรดี แต่ละรุ่นก็จะมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน เราจะซื้ออย่างไรให้คุ้มค่าเงินที่สุด และใช้งานได้ตามที่เราต้องการ การเลือกซื้อ บางคนคิดว่าไม่เห็นจะยาก ชอบยี่ห้อนี้ก็ซื้อ ยี้ห้อนี้ไปเลย แต่ ยุคปัจจุบันนี้ มันเปลี่ยนไปแล้วครับ  เมื่อก่อนถ้าจะซื้อ Printer Laser ต้อง HP เท่านั้น เพราะด้วยความทนทานของเครื่อง และปริมาณ การปริ้นได้จำนวนมาก ต่อตลับหมึก 1 ตลับ ก็ราวๆ 3000-4000 แผ่น ตลับหมึกก็สามารถเติมได้หลายครั้ง ประมาณ 3 ครั้ง และเมื่อปริ้นจนเป็นเส้นก็ทำการเปลี่ยนลูก Drum ในตัวตลับได้เลย โดยไม่ต้องซื้อตลับใหม่ และก็ทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกยางและแผ่นยางปาดหมึกในตลับจะขาดหรือเป็นรอยเท่านั้น ถึงจะต้องซื้อตลับตัวใหม่ เมื่อย้อยหลังไป ประมาณ 10 ปีที่แล้ว การเติมหมึก Laser ยังไม่สามารถเติมได้ ต้องซื้อตลับแท้มาใส่เท่านั้น ตลับแท้ราคาราว 3000-4xxx บาท ซึ่งนับว่าแพงมากๆ ตัวเครื่องก็แพงพอๆกันราคา หมื่นบาท ขึ้นไปจนถึง หกหมื่น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้พยายามที่จะหาวิธีเติมหมึกเอา แทนการซื้อตลับใหม่ จนมาราวๆปี 46-47 การเติมหมึกก็เริ่มเป็นที่แพร่หลาย จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากประเทศจีน เป็นผู้ผลิตผงหมึกออกมาจำหน่าย และเริ่มแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยอดขายตลับแท้ลดลงเรื่อยๆ และก็เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอีก คือตลับเทียบเท่า


   
   

 ตลับหมึกเทียบเท่าคืออะไร

          ตลับหมึกเทียบเท่าคืออะไร คือตลับแท้ที่มีบริษัท ที่จำหน่ายตลับเทียบเท่าไปรับซื้อมาจากที่ต่างๆทั่วประเทศและต่างประเทศ โดยมากจะรับซื้อมาจากหน่วยงานราชการต่างๆ โดยจะมี นายหน้าไปรับซื้อมา โดยไปติดต่อไว้ตามหน่วยงานราชการต่างๆไว้ หน่วยงานราชการจะไม่นิยมการเติมหรือตลับเทียบเท่า จะใช้แต่ของแท้เท่านั้น เหตุผลง่ายๆที่ใช้ของแท้อย่างเดียวคืองบราชการ ไม่ใช่เงินส่วนตัว แพงแค่ไหนก็ไม่เป็นปัญหา 5555 โดยจะให้ราคาในการรับซื้อไว้ที่ราคา 80-200บาท พอนายหน้าได้ตลับมาก็จะส่งเข้าบริษัท เพื่อไปทำความสะอาด เติมหมึก และบรรจุกล่องใหม่ ออกมาขายในรูปแบบตลับเทียบเท่า ข้อดีของตลับเทียบเท่าอีกอย่างนอกจากราคาถูกแล้ว ยังมีประกันด้วย หากปริ้นไปแล้วเป็นเส้น หรือเป็นจุดดำ สีจืด สามารถเอามาเคลมได้ เปลี่ยนตลับใหม่ให้ทันที  ผิดกลับของแท้ ไม่มีประกันใดๆทั้งสิ้น จ่ายเงินเดินออกจากร้านแล้วหมดประกันทันที ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของแท้ ต้องเสี่ยงเอา หากตลับมีปัญหา ก็ซวยไปเลย ขาดทุนทันที เพราะบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆให้ทันสิ้น เลยทำให้ร้านค้าหันไปจำหน่ายของเทียบเท่าแทน ถูก มีประกัน คุณภาพไม่แตกต่าง ด้วยเหตุนี้บริษัทที่ผลิตปริ้นเตอร์ จึงมียอดจำหน่าย ตลับแท้ลดลง

            เมื่อตลับแท้มียอดจำหน่ายลดลง เพราะถูกแบ่งยอดการตลาดไป จากผู้ผลิตตลับเทียบเท่าและร้านรับเติมหมึก บริษัทผลิตปริ้นเตอร์จึงเปลี่ยนแผนการตลาด โดยลดราคาของเครื่อง Printer Laser ลง และผลิตรุ่นเล็กออกวางตลาดมากขึ้น เพื่อให้ราคาถูกลง จากราคาหมื่นต้น เหลือแค่ 2000-5000 บาท ในรุ่นเล็ก และหากใครต้องการรุ่นใหญ่ก็ลดลงจาก2-3หมื่นเหลือแค่ หมื่นสี่หมื่นห้า ลดลงประมาณ 50% เลยทีเดียว เพื่อให้ยอดการจำหน่ายตัวเครื่องมากขึ้น ถ้าตัวเครื่องถูกขายไปมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้ขายตลับแท้ก็มากตามไปด้วย แต่สิ่งที่ตามด้วยราคาเครื่องที่ถูก คุณก็จะได้คุณภาพลดลง เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ตัวเครื่องแพงแต่ใช้งานทนมาก แทบจะไม่เสียเลย เพราะเครื่องมันแพงการผลิตเลยสูงตามราคาไปด้วยจึงทำให้เครื่องรุ่นเก่าๆทนมากๆ เครื่องรุ่นใหม่ๆ ก็ทนแต่ไม่เท่าเครื่องรุ่นเก่า อายุก็จะประมาณ 2-4 ปี ต้องมีอะไรเสียซักอย่าง เริ่มต้นด้วย Fuser film และตามมาด้วย Pressure roller นี่คือส่วนของตัวเครื่อง ส่วนตลับผู้ผลิตจะลดขนาดของตลับหมึกให้เล็กลงด้วย เพราะจะให้หมึกหมดเร็ว จะได้ขายตลับใหม่เร็วๆ แต่ก็ยังพอได้ ถึงตลับจะเล็กลง ก็ยังปริ้นได้ 1500-2500 แผ่น ยังพอรับได้ Laser Printer ยี่ห้อ HP ถึงได้ครองใจผู้ใช้มายาวนาน โดยเฉพาะรุ่น HP 1010 1020 ใช้ตลับเบอร์ 12A เป็นรุ่นตลับยอดนิยมมากเติมได้หลายรอบตลับทนทาน นี่คงเป็นสาเหตุให้ยอดขายตลับแท้ลดลง จนเมื่อปี 52 นี่เองที่ทาง HP ได้เปลี่ยนแนวความคิด (ไม่รู้คิดอะไร) แต่ผมกลับมองว่า น่าจะไม่คุ้มกับยอดขาย เพราะ HP ได้ออกเครื่องรุ่นใหม่ออกมา ในชื่อรุ่น P1005 และเปลี่ยนเบอร์ตลับหมึกเป็นเบอร์ 35A และแทบจะทุกรุ่นที่เป็นรุ่นใหม่ๆ ตลับจะเล็กลง ทาง Canon ก็เหมือนกัน เพราะเครื่อง Printer Laser ของ 2 ค่ายนี้ผลิตออกมาจากโรงงานเดียวกัน เพราะอุปกรณ์ใช้แทนกันได้ แม้แต่ตลับหมึกยังเหมือนกันทุกประการเลย จากการได้ทนลองใช้เครื่อง Laser ของทั้ง 2 ค่ายนี้ รู้สึกผิดหวังมาก ผิดหวังในแง่ที่ตลับถูกลดปริมาณการจุหมึกลง 50 %  คือจากที่ปริ้นได้ 1500-2000 แผ่น ลดลงเหลือแค่ 700-1000 แผ่นเท่านั้นหมึกก็หมดแล้ว แถมยังเติมยากอีก อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตตลับหมึกก็ลดเกรดลง ประมาณว่าให้เติมได้แค่ 1 รอบเท่านั้น ถ้าเติมมากกว่านั้นก็เติมได้ แต่สีตัวหนังสือจะซีดลง ต้องเปลี่ยน Drum ใหม่อยู่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่เติมหมึกจะต้องเปลี่ยน Drum ทุกครั้ง และตัวตลับจะเติมได้แค่ 3-5 ครั้งต้องเปลี่ยนตัวตลับใหม่ ตลับแท้ราคาอยู่ที่ 2000 บาท ราคาเท่าๆกันกับตลับ 12A รุ่นเก่าแต่คุณจะได้หมึกไปแค่ 1/3 ของตลับรุ่นเดิมเท่านั้น 12A รุ่นเก่าจุหมึกได้ 120 กรัม แต่รุ่นใหม่ 35A จุหมึกได้แค่ 40 กรัม ในราคาเท่าเดิม ซึ่งบอกได้ถึงความไม่คุ้มค่า กับเงินที่จ่ายไป  
            
            ถ้าสมมุติให้ตลับแท้ปริ้นได้ 1000 แผ่น ในราคา 2000 บาท เท่ากับคุณต้องปริ้นงานที่ราคาแผ่นละ 2 บาท คุณจะปริ้นเล่นๆไม่ได้เลยนะครับ เพราะทุกครั้งที่ปริ้นเล่นเท่ากับคุณเอาเงินไปโยนทิ้งครั้งละ 2 บาท

            ถ้าคุณนำตลับไปเติม ที่ราคา 300 บาท ปริ้นได้ 1000 แผ่นเท่ากัน ก็จะตกแผ่นละ 0.30 บาท   ราคาต่างกันลิบเลย



 

            เมื่อดูจากด้านหน้า ดูไม่ต่างกันมากใช่มั๊ยครับ เล็กกว่ากันนิดหน่อย 


                

 

 

 เมื่อดูจากด้านหลัง จากวงจุดไข่ปลา คือช่องเก็บผงหมึกขนาดลดลงไปเยอะเลยครับ


        สรุปคือ ตลับรุ่นนี้ถูกลดเกรดลงไปเยอะครับ เพื่อบังคับให้ผู้ใช้ ซื้อตลับแท้ใส่ ว่ากันตรงๆเลย ถ้าผู้ผลิตคิดแบบนี้แล้วคุณ ยังจะใช้ยี่ห้อนี้อยู่มั๊ยครับ ลองพิจารณาดูครับ ถ้าคุณไม่มีปัญหาเรื่อง งบในการเปลี่ยนเป็นตลับแท้ทุกครั้ง เครื่องยี้ห้อ HP Canon เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการจะประหยัด ยี่ห้อนี้คงไม่เหมาะกับคุณแน่ เพราะคุณจะได้เปลี่ยนตลับหมึกบ่อยมากๆ ย้ำว่ามากๆ เพราะจะหงุดหงิด เรื่องราคาตลับในภายหลัง

        ตอนนี้ถ้าถามว่าตัวไหนน่าสนใจที่สุด ผมก็จะยกให้ Samsung ครับ ราคาเครื่องถูก อยู่ที่ 1900-2100 บาท เติมหมึกได้เท่าเดิม แต่ เจ้านี้ก็เอากับเค้าเหมือนกัน ไม่ลดขนาดความจุหมึกลง แต่ไปติด Chip อิเล็กทรอนิกส์ ไว้ที่ตัวตลับ ล๊อกไว้ ถ้าเครื่องแจ้งว่าหมดนำไปเติมหมึก ก็ต้องเปลี่ยน Chip ตัวนี้ด้วย ราคาเติมหมึก 500 บาท เปลี่ยน Chip ก็ 200 บาท ปริ้นได้ 2000 แผ่น แต่การเปลี่ยน Chip 1 ครั้งจะเติมหมึกได้ 2 รอบ ก็เท่ากับ 1200 บาท ปริ้นได้ 4000 แผ่น ก็เท่ากับ 0.30 บาทต่อแผ่น แล้วตัว Drum ก็ทนมากครับ เติมหมึกได้ประมาณ 4-5 ครั้งถึงได้เปลี่ยน แต่ HP 2 ครั้งก็ต้องเปลี่ยนแล้ว   ส่วนยี่ห้ออื่น ก็จะมี Fuji-Xerox และ Brother  Lexmark 3 ยี่ห้อนี้ตัวเครื่องทน เติมหมึกได้หลายรอบ แต่หมึกเติมแพง แต่ตลับแท้แพงกว่าอีก ตลับหมึกแพงกว่าตัวเครื่องอีกครับ ซื้อตลับหมึก 1 ตลับ สามารถซื้อเครื่องรุ่นนี้ใหม่ได้อีก 1 เครื่องเลยครับ หากจะซื้อตลับรุ่นนี้ ซื้อเครื่องใหม่คุ้มกว่าครับ ได้ทั้งเครื่องได้ทั้งตลับด้วย ผมถึงมองว่า Samsung เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้  ในเรื่องการประหยัด ส่วนเรื่องอื่นผมว่าพอๆกันครับ ไม่ว่าจะความทน ความเร็วในการปริ้น

   การเลือกซื้อคุณก็ลองพิจารณาดูครับ และใช้บทความนี้เป็นตัวเสริมในการเลือกซื้ออีกที  ถ้าคุณชอบยี่ห้อไหนก็ซื้อไปตามดุลพินิจของตัวเองแล้วกันครับ ซื้อให้คุ้มค่า ใช้ให้คุ้มค่าครับ

 

 

 

                                                                                                                                                                                         webmaster    28    ธันวาคม   2551