หัว
การที่หัวพิมพ์อุดตัน เกิดจากการใช้หมึกเกรดต่ำ และการไม่ได้ใช้งานมานาน การใช้หมึกเกรดต่ำ เมล็ดที่นำมาเป็นส่วนผสมมีขนาดใหญ่ มันจะไปอุดตันที่รูพ่นหมึกทำให้ปริ้นไม่ออกหรือออกแต่เป็นเส้นขาดๆ หรืออีกกรณีคือ ไม่ค่อยได้ใช้เครื่องปริ้นและทิ้งไว้เป็นเวลานาน แล้วค่อยมาปริ้นจะทำให้หมึกแห้งและอุดตัน พอจะเอามาปริ้นก็ปริ้นไม่ออก หรือออกขาดๆเช่นกัน แต่หากเราใช้หมึกเกรดดีๆ 2 กรณีนี้จะไม่เกิดเลย หากหมึกเกรดดี แม้เราจะไม่ได้ใช้เครื่องปริ้นเลยเป็นเวลา เดือนกว่าถึง 2 เดือน แล้วเอามาปริ้นก็ยังปริ้นได้สบายๆ แต่หากหมึกไม่ดีแค่ 2-3 วันก็ตันแล้ว หากหัวพิมพ์ตันก็สามารถสั่งล้างหัวด้วย โปรแกรมที่มากับเครื่องได้ สั่งล้างแล้วทดสอบปริ้นดู ถ้ายังไม่ได้ก็ล้างอีก แต่ถ้าล้างยังไงก็ไม่ออก ก็หมดหนทาง แต่ก็ไม่หมดซะทีเดียว ยังพอมีทางเลือกอีก 2 ทาง คือ
1. แช่น้ำยาทิ้งไว้ซัก วัน 2 วัน ให้น้ำยาไปละลายส่วนที่อุดตันออก หากตันไม่หนักมันจะออกทันที
2. หากวิธีที่ 1 ไม่ได้ผลก็ต้องผ่าตลับมาล้างแล้วครับ ไหนๆมันก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ลองก็ไม่เสียหาย
|
กรณีที่ 2 การล้างหัวพิมพ์ที่ตันมาก ต้องผ่าตลับ
|
ก่อนจะทำการผ่าและล้างตลับ ให้ทำการเช็คหัวพิมพ์ก่อนว่า หัวมันตัน หรือหัวมันสึกไปแล้ว หากสึกไปแล้วต่อให้ล้างยังไงก็ไม่มีทางจะทำให้ปริ้นออกมาเหมือนใหม่ได้ การดูว่าสึกไม่สึก ให้เอาหัวพิมพ์ไปส่องในที่มีแสงสว่างซักหน่อย โดยการยกตลับหมึกขึ้นมาระดับหน้าอก แล้วเอียงซ้ายเอียงขวา ดูจะเห็นแสงประกายขึ้นมาเหมือนประกายเพชร เห็นเป็นแถบๆ ตามจุดที่หัวมันสึกไป ถ้าหัวดีๆจะไม่เห็นประกายเลย หากหัวไหนเห็นประกายเยอะๆก็ไม่ต้องล้างหรือผ่าตลับแล้วครับ ทำไปก็เสียเวลาเปล่าๆ
จากภาพด้านล่างเป็นการถ่ายหน้าของหัวพิมพ์มาให้ดู ภาพแรกเป็นหัวพิมพ์ใหม่แกะกล่อง ภาพ 2 เป็นภาพหัวพิมพ์ที่ใช้งานแล้ว พอจะมองออกบ้าง เพราะภาพถ่ายด้วยอัตราขยายสูง แต่ถ้าเราจับมาดูด้วยตาระหว่างหัวพิมพ์ใหม่กับเก่า แทบจะดูไม่ออกเลย เพราะมันเล็กมาก ก็ต้องอาศัยดูโดยการเอียงใส่แสงดูเท่านั้น
จากภาพด้านล่างเรามาขยายดูกันให้เห็นชัดๆ จากภาพแรกเป็นหน้าหัวพิมพ์ใหม่ จะเห็นว่าแถวของหัวพิมพ์ สังเกตุตรงร่องสี เหลือง-แดง-น้ำเงิน ในรองจะเห็นเป็นฟันหยักๆเรียงกันไปทั้งซ้ายและขวาของร่อง ทุกฟันจะครบสมบูรณ์
ภาพด้านล่างเป็นหน้าหัวพิมพ์ที่ใช้แล้วจนหัวสึก แต่มันยังใช้ได้นะครับ แค่ตรงไหนมันสึก มันจะฉีดไม่ออก ทำให้เวลาปริ้นงาน มันจะเป็นเส้นแถบๆ ออกมั้งไม่ออกมั้ง เมื่อเราขยายมาดูจะเห็นว่า ว่าร่องสีแดง (ตรงกลาง) และสีน้ำเงิน ฟันที่เรียงๆกันจะหายไปทั้งแถบ อย่างงี้ต่อให้ล้างยังไงมันก็จะปริ้นเป็นริ้วๆเหมือนเดิม ไม่ต้องเสียเวลาทำเลยครับทิ้งซื้อหัวใหม่
|
การจะดูว่าสึกไม่สึกต้องอาศัยประสบการณ์ครับ เพราะมันดูค่อยข้างจะยากนิ๊ดนึง แต่ภาพที่เอามาลงถ่ายด้วยกล้องที่มีอัตราขยายสูง มันถึงเห็นได้ชัด แต่ถ้าเราไม่มีการขยายด้วนเลนส์หรือกล้อง แต่ดูด้วยตา ดูยากมากแทบจะดูไม่ออกเลย เพราะมันเล็กมากๆ แต่เมื่อฝึกดูบ่อยๆจะเห็นความแตกต่างเองครับ เมื่อเราเอาส่องใส่แสงจะเห็นเป็นประกายขึ้นมาก็เพราะ ขอบที่มันบิ่นออกไป เมื่อโดนแสงแล้วมันจะสะท้อนขึ้นมา เพราะมันเกิดความต่างระดับของผิว ยกตัวอย่างเช่น กระดาษ A4 เมื่อเราเอาไฟฉ่ายส่อง แสงสะท้อนกลับมาก็จะเท่ากันทุกจุด เราก็จะไม่เห็นความแตกต่างกันของแต่ละจุด แต่หากเราเอากระดาษนั้นไปขย่ำให้ยับแล้วคลี่ออก แล้วเอาไฟฉ่ายส่อง มันจะเห็นความแตกต่างของแสงที่สะท้อนกลับมา มันระเห็นรอยยับรอยย่น เป็นขาวและเทาและดำ ตามจุดที่แสงตกกระทบ หัวพิมพ์ก็เช่นกันถ้ามันเรียบเท่ากันหมด เมื่อแสงสะท้อนมามันก็เท่ากัน มันจะไม่มีความต่างของแสง แสดงว่าหัวไม่สึก แต่ถ้าหัวไหนมันสึกไปจนเป็น ร่องลึก ร่องตื้น แสงที่สะท้อนก็ต่างกัน มันจะเป็นประกายแว๊บๆให้เห็น คงพอจะเข้าใจนะครับ
ถ้าหัวพิมพ์ดูแล้วไม่สึก แค่ตันเท่านั้น เราก็ดำเนินการต่อไปเลย โดยผ่าตลับแยกออกมาดังรูป ใช้มีดปลอกผลไม้ เอามีดวางในร่องฝา แล้วใช้มืออีกข้างกดปลายมีดลงไป มันก็จะแยกออกโดยง่าย
ทำการผ่าตลับหมึกออกมาได้แล้ว ก็เอาไปล้างน้ำเปล่าให้สะอาด เอาน้ำฉีดใส่ตรงหน้าหัวพิมพ์ ฉีดไปเรื่อยๆ ทางด้านหน้าและฉีดสลับกลับหลังไปเรื่อย จนกว่าว่าน้ำที่ออกมาจาก ด้านหลังจะใสเป็นน้ำเปล่า ถึงจะพอ ส่วนฟองน้ำ อย่าบีบนะครับ เดี๋ยวมันเสียรูป ให้เอาสายยางฉีดใส่ จนหมึกออกหมดเท่านั้นก็พอ
จากนั้น นำตลับไปแช่น้ำยาเช็ดกระจก เอาน้ำยากรอกเข้าไปในตลับด้วย แช่ไว้ซัก 1-3 ชม จะเห็นว่า แม้แต่ล้างจนน้ำที่ออกจากหัวพิมพ์ใสแล้ว พอเอามาแช่มันยังมีละลายออกมาอีกเพียบ เพราะมันยังตันอยู่ภายในอีก ดังนั้นจึงต้องแช่ไปเรื่อยๆ แล้วคราวนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า แช่ได้ที่แล้วหรือยัง ก็ให้ยกตลับขึ้น แล้วเอาทิชชูซับด้านหน้าดูหากมีน้ำยาซึมออกมาเป็นแนวตรงและเต็มก็แสดงว่ามีลุ้น ก็ให้เอาตลับออกมา แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง หรือใจร้อนก็เอาทิชชูเช็ดก็ได้ เช็ดแต่ด้านนอกของตลับ อย่าเช็ดด้านในเดี๋ยวขนทิชชูไปอุดตันใยในผ้ากรองฝุ่นอีก ถ้าส่องดูในตลับจะเห็นใยผ้ากรองฝุ่นอยู่
จากนั้นนำฟองน้ำไปวางไว้บน ทิชชูให้ทิชชูดูดน้ำออก พอทิชชูเปียกจนไม่สามารถดูดน้ำออกไปได้ ก็เปลี่ยนแผ่นใหม่ไปเรื่อยๆ จนกว่าฟองน้ำจะหมาดๆ แล้วตากไว้ก่อน จนมันแห้ง
มาถึงขั้นตอนการทดสอบ ก็ให้เอาฟองน้ำประกอบกลับเข้าไปในตลับแล้วเติมหมึกเข้าไปเลย แล้วใช้ยางรัดไว้ก่อน อย่าพึ่งติดผนึกแน่น เผื่อมันยังไม่ได้จะได้แช่ใหม่อีกรอบ แล้วเอาไปลองปริ้นทดสอบดู ถ้าไม่ได้ก็เอาไปแช่ใหม่ ถ้าได้ ก็ปิดผนึกซะ
เมื่อล้างและทำการ ทดสอบแล้วว่าได้ ก็ทำการติดฝาและตัวตลับหมึกเข้าด้วยกัน หากเป็นตลับไม่ได้ต่อ อิงค์แท้งค์ ก็เอาแค่กาวร้อน หรือกาวตราช้าง ติดก็ได้ แต่หากเป็นตลับอิ้งค์แท้ง เราจะต้องผนึกในแน่น ผนึกให้ไม่มีรอยรั่วเลย เพื่อให้มันเป็นสูญกาศข้างใน มันจะได้ดึงหมึกจากสายยาง เข้าตลับหมึกได้เหมือนเดิม ดังนั้นต้องใช้กาว Epoxy 2 ตัน กาว 2 ตันจะแห้งเร็วใช้เวลาประมาณ 8-15 นาที วิธีการใช้ก็ เอาหลอด A และหลอด B ผสมกันในสัดส่วนที่เท่าๆกันคนให้เข้ากัน แล้วก็ใช้งานได้เลย
 |
ทาให้รอบขอบตลับทุกด้าน อย่าให้มีช่องว่างเว้นไว้เด็ดขาด ทาให้เต็ม แล้วก็เอาฝาตลับหมึกกดอัดเข้าไปเลย
แล้วใช้ยางรัดเพื่อให้มันประกบติดกันให้แน่น แล้วทิ้งไว้ 15 นาที
หลังจากทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที Epoxy จะเริ่มแข็ง แต่ก็ยังไม่แห้งสนิท เราก็เอาคัทเตอร์ ปาดส่วนเกินออก แล้วแต่งให้เรียบ ก็เป็นอันเสร็จ เอาไปเดินระบบ Ink-Tank ได้ตามปกติ
จงจำไว้นะครับ ใช้หมึกเกรดดีๆ ดีกว่ามาปวดหัวและยุ่งยากการล้างหัวทีหลัง จ่ายค่าพึงแพงกว่าเดิมอีกนิดหน่อย สบายใจกว่า ดีกว่าซื้อหมึกถูกๆแล้วหัวตัน ต้องได้เสียเงินซื้อหัวพิมพ์ใหม่ซึ่งแพงกว่าค่าหมึกอีกหลายเท่า หมึก Canon เกรดดีๆ มีไม่กี่ยี่ห้อหรอกครับ ประมาณ 2 ยี่ห้อเอง เท่าที่ผมลแงแล้วไม่มีปัญหา ไม่ใช้เครื่อง 2 เดือนยังปริ้นได้สบาย แต่ผมบอกไม่ได้เดี๋ยวเป็นการโฆษณาให้เค้า หรือเดี๋ยวจะหาว่าผมเชียรอีก เอาเป็นว่าลองเเองเลยแล้วกัน
ตัวอย่าง ก่อนและหลังการผ่าตลับ
วันที่ 28 ธันวาคม 2552
|