การสังเกตุ Flash Drive Kington ปลอม
 

.

         หัว
         ปัจจุบันนี้ไม่มีใคร ที่ไม่มี Flash Drive  ใช้กัน นักเรียนนักศึกษาคนทำงานยังไงก็ต้องมีอย่างต่ำ 1 ตัวแน่นอน ดังนั้นผู้ผลิตอุปกรณ์ประเภทนี้จึงหันมาผลิตตัว Flash Drive กัน เพราะต้นทุนต่ำ ผลิตง่ายไม่ซับซ้อน ขายง่าย และจำหน่ายได้เยอะ จะมียี่ห้อดังๆที่เค้าผลิตกันมานานแล้ว ก็อย่างเช่น Apacer Sandisk RunDisk Kington แต่ยี่ห้อที่เป็นผู้นำตลาดคงไม่พ้น Kington ดังนั้นยี่ห้อนี้ถึงมีสินค้าปลอมเยอะ มีการปลอมยี่ห้อนี้มาระยะนึงแล้ว แต่มันไม่ค่อยเหมือนทำให้ดูออก แต่พักหลังมานี่ทำได้เนียนมาก ดูจากภายนอกแทบจะดูไม่ออกเลย ถือว่าปลอมได้เนียนมากเลย แต่ถ้าเรานำของจริงกับของปลอมมาวางเทียบเท่านั้นถึงจะรู้ บทความนี้จะแนะนำการเช็คว่าจริงปลอม เพื่อช่วยในการสังเกตุ เรามาดูกันเลย

            

 

          ดูจากหน้ากล่องแทบจะดูไม่ออกเลยครับด้ายซ้ายเป็นของแท้ ด้านขวาเป็นของปลอม ปลอมได้เนียนขนาดนี้ถ้าดูเผินๆ ไม่มีทางรู้แน่นอนครับ

 

 

 

 

 

       จากด้านหลัง ก็ยังเนียนอีก แต่ด้านหลัง รูปแบบ บาร์โค้ด ไม่เหมือนกัน ด้านซ้ายของแท้ ด้านขวาของปลอม  ของแท้จะใช้ บาร์โค้ดแบบ 2D แต่ของปลอมจะใช้แบบ แท่ง


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 เมื่อเราซูมมาดูที่ตัวหนังสือ จะเห็นว่าของปลอม ตัวเลข 4 จะไม่เหมือนกัน ของปลอมตัวหนังสือจะหนา และไม่เหมือนกัน ตรงนี้ก็จะสังเกตุยากหน่อย ถ้าไม่เคยดูของแท้มาก่อน

        


 

 

        ดูที่ตัวก็ชัดเจนขึ้นมาอีกระดับ ของแท้(ตัวสีเหลือง) ตัวหนังจะใช้สีสกรีนใส่บนโลหะ จะเป็นตัวอักษรนูนออกมา จะไม่ลอกง่าย    ของปลอม(ตัวสีดำ) จะใช่สีธรรมดา สกรีน เอาเล็บขูดก็ออก ถ้าคุณซื้อมาแล้วลองเอาเล็บขูดดูครับ ถ้าลอกออกง่ายๆปลอมชัวร์ เอาไปโว้ยร้านที่ขายได้เลยครับ


 

        จุดสังเกตุอีกจุดคือ ตรงแกนหมุน ที่วงกลมสีแดงให้ดู ของแท้จะแนบสนิทกับตัว Flash Drive เลย ไม่อ้าออกมาสูงเหมือนของปลอม และเมื่อจับขยับดูจะพอมีไม่โยกไปโยกมา แต่ของปลอมเวลาเราขยับตัวเหล็กจะหลวมๆโยกไปมาได้ และอีกจุดคือ กรอปพลาสติก ตรงรอยประกบกันของแท้จะประกบแน่นมากไม่มีทางแงะออกได้ ของปลอมจะประกบไม่สนิทใช้เล็บแงะออกได้สบายเลย ดูด้วยตาก็พอเดาออกว่าแท้หรือปลอม ดูตรงร่องกลางตรงรอยต่อดูครับ ระหว่างสีเหลือง(ของแท้) กับสีดำ(ของปลอม) จะเห็นว่าสีดำมีรองตรงกลางไม่สนิท

 

 

        ตรงนี้จุดสำคัญเลย ถ้าเป็นของแท้จะมีตีตราตรงปลายไว้ เป็นยี่ห้อ Kington เลย หรือเป็นรุ่นของ Flash Drive ไว้เลย เช่นตัวอย่างจะเป็นรุ่น DT101 ให้ดูว่ามันเป็นรุ่นตรงกับหน้ากล่องหรือไม่ ถ้าเป็นของแท้ยังไงก็ต้องตรง ถ้าเป็นของปลอมจะไม่ตีตราใดๆลงไปเพราะ Flash Drive จะมีหลายรุ่น ดังนั้นของปลอมจะผลิตปลอกโลหะเดียวแล้วใช้มันทุกรุ่นเลย เช่น 1G 2G 4G 8G 16G ใช้ตัวเดียวกันหมด ของ kington จะผลิตรุ่นใครรุ่นมัน 1G ปลอกโลหะก็เป็นรุ่น 1G 2G ก็เป็นของ 2G เพราะเค้าเครื่องไม่เครื่องมือพร้อม แต่ของปลอมไม่ใช่เค้าตีตราลงไปไม่ได้นะครับ ทำได้เช่นกัน แต่เค้าจะเสียเวลาทำและมีเครื่องจักรในการตีตราแบบนี้เพิ่ม เค้าถึงเลี่ยงไม่ทำ ดังนั้นจุดนี้จะเป็นตัวที่ดูได้ชัดเจนที่สุดว่าแท้ไม่แท้

 

 

เรามาซูมดูใก้ลๆ ของปลอมจะตีตราบนปลอกโลหะ เป็นตัวหนังสือใหญ่ และเป็นรหัสอะไรไม่รู้

       

 

 

 

 

        ของแท้จะตีตรา เป็นยี่ห้อ หรือ รุ่นของ Flash Drive ไว้บนปอกโลหะ ตัวจะเล็กมากต้องสังเกตุดีๆถึงจะเห็น



        ถามว่าของปลอมกับของแท้ต่างกันตรงไหน มันก็ Flash Drive เหมือนกัน ของแท้ประกัน 5 ปี ของปลอมก็ประกัน 5 ปี (เขียนไว้บนกล่อง เช่นกัน)   แต่อย่าลืมนะครับว่าเกรดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาผลิตมันคนละเกรดกัน ของปลอมมีโอกาสเสียได้ง่ายกว่า ถ้าเสียแล้วจะไปเคลมที่ไหน เค้าอาจจะผลิตมาซัก 1000 ล้านตัว ขายหมดปิดโรงงาน หรือเปลี่ยนเป็นยี่ห้ออื่นก็ได้ แล้วเราจะไปเคลมที่ไหน อาการที่เจอ เช่น มองเห็นไม่ครบตามความจุ เช่นหน้ากล่องบอก 4GB พอเสียบเข้าเครื่องเครื่องเห็นแค่ 512MB เท่านั้น หรือ อายุการใช้งาน เดือน 2 เดือนก็เสียแล้ว และอีกอาการเมื่อ Copy ข้อมูลเข้าไปแล้ว เรานึกว่ามันเข้าไปแล้ว แต่เปล่าเลยมันทำท่าเหมือนก๊อปเข้าไปได้ โดยเราก้ไม่ได้ไปเปิดดู พอมาดูอีกที อ้าวไฟล์หายไปไหน มันก๊อปปี้ไม่เข้านั่นเอง เสียเวลาอีก สรุปคือ ยังไงก็ต้องระวังตัวเอง ดูให้ดีก่อนซื้อ ราคามันอาจจะไม่แพง เสียก็ทิ้งแค่เงินไม่กี่ร้อย ไม่คิดจะเคลม แต่ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ พวกคนชั่วมันจะได้ใจ และเงินของประเทศเราก็จะไหลออกนอกประเทศโดยเปล่าประโยชน์ เหมือนเอาเงินไปทิ้งเปล่าๆ ถ้าของปลอมขายได้ 1 ล้านตัว ตัวละ 300 บาท แถมยังใช้งานไม่ได้อีก เท่ากับเราเอาเงินไปทิ้งทั้งประเทศรวมกัน 300 ล้านบาท แหล่งผลิตของปลอม ไม่บอกคุณๆก็รู้ว่ามาจากไหน ขนาดไข่ปลอม สาหร่ายปลอม ปลาหมึกปลอม ซอสถั่วเหลืองปลอม นมผงใส่สารเมรามีน ที่คนกินเข้าไปเป็นอันตราย มันยังทำไปได้ แค่ของพวกนี้ไม่มีผลกับร่างกายคน มีแค่ผลทางจิตใจ เสียรู้ที่โดนหลอกแค่นั้นมันทำได้สบายอยู่แล้ว จิตสำนึกของคนแบบนี้มันไม่มีหรอกครับ เราต้องดูแลผลประโยชน์ของเราเองเท่านั้น อย่าเห็นแก่ราคาถูก พวกของปลอมกับของแท้ราคาจะต่างกันโดยประมาณ 80-100 บาท ผมไปเจออยู่ร้านนึงขาย 2GB ที่ราคา 200 บาทถ้วน ผมยังแปลกใจเลยเค้าขายได้ยังไง ราคาที่ผมรับมายังเกิน 200 บาทแล้ว ก็มีลูกค้าว่าของผมทำไมแพงจัง เค้าไปถามอีกร้านนึงมา 200 บาทเอง ผมก็ งง เค้าทำได้ยังไงไปรับมาจากไหนเนี้ยได้ถูกจัง เลยมารู้ทีหลังว่าในตลาดก็มีของปลอม ลองเลียนแบบมาอย่างเนียนนี่เองที่ทำให้ราคาของตลาดเสีย ถ้าอ่านบทความหลายๆตอนของผม ผมจะพูดอยู่เสมอว่า ของถูกและดีไม่มีในโลกครับ เป็นคำพูดที่ผมพูดประจำ เพราะมันเป็นอย่างงั้นจริงๆ ของมันถูกเกรดมันก็ต่ำตาม หากคุณคิดจะซื้อของถูกต้องเผื่อใจว่าอาจจะเจอของเกรดต่ำหรือปลอมไว้ด้วยนะครับ 

    วิธีที่ง่ายที่สุดให้ดู โลโก้ของผู้นำเข้าเลยครับ จะเป็น แถบเลเซอร์เงาๆ ของ  INGRAM หรือ Synex รับรองได้ของแท้ 100% ถ้านอกจากนั้นให้คิดไว้ก่อนว่าอาจจะปลอม ถ้าเลี่ยงได้ก็ไปหาของ INGRAM หรือ Synex จะดีกว่าสบายใจดี



                                                                                                         วันที่     18  มกราคม  2553